โพสต์ขายของวันไหนดี? เวลาไหนคนเห็นเยอะสุด [ข้อมูล 2569]
รวมข้อมูลเวลาที่ดีที่สุดในการโพสต์ขายของบน IG Facebook TikTok X LinkedIn สำหรับคนไทย พร้อมวิธีหาเวลาที่เหมาะกับร้านคุณ
โพสต์ขายของทุกวัน แต่ยอด reach ต่ำจนน่าใจหาย ไลค์ไม่ถึงสิบ คอมเมนต์เป็นศูนย์ — ทั้งๆ ที่สินค้าดี รูปสวย แคปชั่นก็ตั้งใจเขียน
หลายคนอาจคิดว่าปัญหาอยู่ที่คอนเทนต์ แต่จริงๆ แล้ว เวลาที่คุณกดโพสต์ อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่มองข้ามไป
เพราะ algorithm ของทุกแพลตฟอร์มให้ความสำคัญกับ engagement ในช่วงแรกหลังโพสต์ ถ้าคุณโพสต์ตอนที่กลุ่มเป้าหมายไม่ออนไลน์ โพสต์จะจมหายไปก่อนที่ใครจะเห็น
บทความนี้รวมข้อมูลเวลาที่ดีที่สุดในการโพสต์ของแต่ละแพลตฟอร์ม สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ พร้อมวิธีหา “เวลาทอง” ที่เหมาะกับร้านของคุณเอง
ทำไมเวลาโพสต์ถึงสำคัญมาก
Algorithm ให้รางวัลกับ “engagement เร็ว”
ทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, TikTok หรือ X ล้วนใช้ algorithm ที่ทำงานคล้ายกัน คือดูว่าโพสต์ของคุณได้ engagement (ไลค์ คอมเมนต์ แชร์ เซฟ) เร็วแค่ไหนหลังจากเผยแพร่
ถ้าโพสต์ได้ engagement เยอะใน 30 นาที - 1 ชั่วโมงแรก algorithm จะตีความว่า “โพสต์นี้น่าสนใจ” แล้วดันให้คนอื่นเห็นมากขึ้น
แต่ถ้าโพสต์ไปแล้วไม่มีใครสนใจเลย algorithm จะลดการแสดงผลลงเรื่อยๆ จนโพสต์หายไปจาก feed
ตัวอย่างให้เห็นภาพ
สมมติคุณขายเสื้อผ้า กลุ่มเป้าหมายคือผู้หญิงวัยทำงานอายุ 25-35 ปี
- โพสต์ตอน 06:00 — กลุ่มเป้าหมายกำลังรีบแต่งตัวไปทำงาน แทบไม่มีใครเปิดดู
- โพสต์ตอน 12:30 — ช่วงพักเที่ยง กลุ่มเป้าหมายนั่งกินข้าวไปเลื่อน feed ไป เห็นโพสต์คุณพอดี
- โพสต์ตอน 15:00 — กลุ่มเป้าหมายอยู่ในที่ประชุม ไม่ว่าง
เห็นไหมว่า content เดียวกัน แต่ reach อาจต่างกัน 3-5 เท่า แค่เปลี่ยนเวลาโพสต์
เวลาที่ดีที่สุดสำหรับคนไทย แต่ละแพลตฟอร์ม
ข้อมูลด้านล่างเป็นค่าเฉลี่ยจากพฤติกรรมผู้ใช้งานชาวไทย รวบรวมจากหลายแหล่ง ทั้ง Sprout Social, Hootsuite และข้อมูลจากผู้ใช้ PostPung ในปี 2568-2569
Instagram — ช่วงพักเที่ยงและหลังเลิกงาน
Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่คนไทยใช้เวลาว่าง เลื่อนดูรูปสวยๆ แรงบันดาลใจ และสินค้าที่สนใจ
เวลาที่ดีที่สุด:
- จันทร์-ศุกร์ 12:00-13:00 — ช่วงพักเที่ยง คนนั่งกินข้าวไปเลื่อน IG ไป
- จันทร์-ศุกร์ 19:00-21:00 — หลังเลิกงาน นอนเล่นโทรศัพท์ก่อนนอน
- เสาร์-อาทิตย์ 10:00-12:00 — ตื่นสาย เลื่อน feed ตอนเช้า
วันที่ดีที่สุด: อังคาร พุธ พฤหัสบดี
ประเภทสินค้าที่เหมาะ: เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อาหาร คาเฟ่ ไลฟ์สไตล์ สินค้าที่ต้อง “เห็นภาพ” ถึงจะอยากซื้อ
Tips: IG Stories โพสต์ได้ตลอดทั้งวัน เพราะอยู่ด้านบนสุดของแอป แต่ Feed Post และ Reels ควรเน้นช่วงเวลาด้านบน
Facebook — ช่วงสาย-บ่ายวันธรรมดา และเช้าวันหยุด
Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในไทย โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง
เวลาที่ดีที่สุด:
- อังคาร-พฤหัสบดี 11:00-14:00 — ช่วงพักเที่ยงยาวๆ คนเปิด Facebook ดูข่าว ดูของ
- เสาร์-อาทิตย์ 09:00-11:00 — เช้าวันหยุด นั่งจิบกาแฟเลื่อน feed
- พุธ 13:00-15:00 — กลางสัปดาห์ คนเริ่มเบื่องาน แวะดู Facebook
วันที่ดีที่สุด: อังคาร พุธ พฤหัสบดี
ประเภทสินค้าที่เหมาะ: สินค้าทุกประเภท โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องอธิบายรายละเอียด เพราะ Facebook รองรับข้อความยาวได้ดี
Tips: Facebook Group มี engagement สูงกว่า Page มาก ถ้ามีกลุ่มลูกค้า ลองโพสต์ในกลุ่มด้วย
TikTok — หลังเลิกงานถึงดึก
TikTok คือแพลตฟอร์มที่คนไทยใช้เวลาดูนานที่สุดต่อวัน เฉลี่ยกว่า 95 นาที และ algorithm ของ TikTok ให้โอกาสคนตัวเล็กมากกว่าแพลตฟอร์มอื่น
เวลาที่ดีที่สุด:
- จันทร์-ศุกร์ 19:00-22:00 — ช่วง prime time คนนอนดู TikTok ก่อนนอน
- เสาร์-อาทิตย์ 10:00-12:00 — เช้าวันหยุด ดูคลิปสนุกๆ
- เสาร์-อาทิตย์ 19:00-23:00 — คืนวันหยุด ดูยาวจนดึก
วันที่ดีที่สุด: พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
ประเภทสินค้าที่เหมาะ: สินค้าทุกประเภทที่สามารถทำคลิปสั้นได้ โดยเฉพาะสินค้าที่ “โชว์ให้เห็น” แล้วน่าซื้อ เช่น อาหาร เครื่องสำอาง แกดเจ็ต
Tips: TikTok ไม่ได้ดูแค่เวลาโพสต์ แต่ดู watch time เป็นหลัก ถ้าคลิปของคุณทำให้คนดูจบ algorithm จะดันขึ้น For You Page แม้โพสต์ตอนดึก
X (Twitter) — ช่วงเช้าขาเข้างานและพักเที่ยง
X เป็นแพลตฟอร์มที่เน้น real-time conversation คนไทยใช้ X เพื่อติดตามข่าว เทรนด์ และแสดงความคิดเห็น
เวลาที่ดีที่สุด:
- จันทร์-ศุกร์ 08:00-09:00 — ระหว่างเดินทางไปทำงาน นั่งรถไฟฟ้าเลื่อน X
- จันทร์-ศุกร์ 12:00-13:00 — พักเที่ยง อัปเดตเทรนด์
- จันทร์-ศุกร์ 17:00-18:00 — ขากลับบ้าน
วันที่ดีที่สุด: จันทร์ อังคาร พุธ
ประเภทสินค้าที่เหมาะ: สินค้าเทคโนโลยี หนังสือ คอร์สเรียน บริการ B2B สินค้าที่เกี่ยวกับเทรนด์
Tips: X เป็นแพลตฟอร์มที่ข้อมูลเคลื่อนไหวเร็วมาก อายุของทวีตสั้นกว่าแพลตฟอร์มอื่น ดังนั้นเวลาโพสต์มีผลมากเป็นพิเศษ ถ้าพลาดช่วงเวลาทอง แทบไม่มีโอกาสกลับมา
LinkedIn — เช้าวันทำงาน
LinkedIn เป็นแพลตฟอร์มสำหรับมืออาชีพ คนใช้ LinkedIn ช่วงเวลาทำงานเป็นหลัก
เวลาที่ดีที่สุด:
- อังคาร-พฤหัสบดี 08:00-10:00 — ช่วงเช้าก่อนเริ่มงาน เปิดดูข่าวสารวงการ
- อังคาร-พฤหัสบดี 12:00-13:00 — พักเที่ยง
วันที่ดีที่สุด: อังคาร พุธ พฤหัสบดี
ประเภทสินค้าที่เหมาะ: บริการ B2B ซอฟต์แวร์ คอร์สเรียน รับสมัครงาน Employer Branding
Tips: LinkedIn ให้ reach สูงมากกับโพสต์ที่ได้ engagement ในชั่วโมงแรก ลองแท็กคนที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มโอกาสได้คอมเมนต์เร็วขึ้น
แต่! ข้อมูลเหล่านี้เป็นแค่ “ค่าเฉลี่ย”
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ: เวลาที่ดีที่สุดของแต่ละร้านไม่เหมือนกัน
ร้านขายเสื้อผ้าวัยรุ่น กลุ่มเป้าหมายอาจออนไลน์ตอนดึก ในขณะที่ร้านขายอุปกรณ์ออฟฟิศ กลุ่มเป้าหมายอาจออนไลน์ตอนเช้าวันทำงาน
ปัจจัยที่ทำให้เวลาที่ดีที่สุดต่างกัน:
- กลุ่มเป้าหมาย — อายุ อาชีพ ไลฟ์สไตล์ต่างกัน เวลาออนไลน์ก็ต่างกัน
- ประเภทสินค้า — อาหารคนดูตอนใกล้มื้ออาหาร เสื้อผ้าคนดูตอนว่าง
- แพลตฟอร์ม — Follower ของคุณบน IG กับ Facebook อาจเป็นคนละกลุ่มกัน
- ช่วงเวลาของปี — ช่วงเทศกาล ปิดเทอม หรือวันหยุดยาว พฤติกรรมเปลี่ยน
ดังนั้น เวลาที่เราให้มาด้านบน ใช้เป็น จุดเริ่มต้น ได้ แต่คุณต้องทดสอบและหาเวลาที่เหมาะกับร้านของคุณเอง
วิธีหาเวลาที่ดีที่สุดของร้านคุณ (3 ขั้นตอน)
ขั้นตอนที่ 1: ดู Analytics ของแต่ละแพลตฟอร์ม
ทุกแพลตฟอร์มมีข้อมูลให้ดูว่า follower ของคุณออนไลน์เวลาไหน:
- Instagram → Insights → ผู้ชม → ช่วงเวลาที่ Active มากที่สุด
- Facebook → Meta Business Suite → Insights → เวลาที่แฟนเพจออนไลน์
- TikTok → Analytics → ผู้ติดตาม → กิจกรรมของผู้ติดตาม
- YouTube → Studio → Analytics → ผู้ชม → เวลาที่ผู้ชมออนไลน์
แต่ถ้าคุณใช้หลายแพลตฟอร์ม การเข้าไปดูทีละที่ค่อนข้างเสียเวลา เครื่องมืออย่าง PostPung Analytics ช่วยรวม analytics จากทุกแพลตฟอร์มมาดูในที่เดียว พร้อมบอก Best Time ที่วิเคราะห์จากข้อมูลจริงของร้านคุณ
ขั้นตอนที่ 2: ทดลองโพสต์เวลาต่างๆ (A/B Testing)
เมื่อได้ข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ให้ทดลอง:
- สัปดาห์ที่ 1 — โพสต์ช่วงเช้า (08:00-10:00)
- สัปดาห์ที่ 2 — โพสต์ช่วงเที่ยง (11:00-13:00)
- สัปดาห์ที่ 3 — โพสต์ช่วงเย็น (18:00-20:00)
- สัปดาห์ที่ 4 — โพสต์ช่วงดึก (21:00-23:00)
ข้อควรระวัง: ในแต่ละสัปดาห์ ให้ทำ content คุณภาพใกล้เคียงกัน เพื่อให้ตัวแปรที่เปลี่ยนมีแค่ “เวลาโพสต์” เท่านั้น ไม่อย่างนั้นผลจะไม่แม่นยำ
ขั้นตอนที่ 3: วัดผลและปรับกลยุทธ์
หลังทดลอง 4 สัปดาห์ ให้เปรียบเทียบตัวเลข:
- Reach — โพสต์เวลาไหนคนเห็นเยอะสุด
- Engagement Rate — เวลาไหนคนมีส่วนร่วมมากสุด (ไลค์ คอมเมนต์ แชร์ เซฟ)
- Click-through Rate — ถ้าโพสต์มีลิงก์ เวลาไหนคนคลิกเยอะสุด
เมื่อหาช่วงเวลาทองได้แล้ว ให้ตั้งเป็นตารางโพสต์ประจำ แล้วทำซ้ำ
Tips: ใช้ปฏิทินตั้งเวลาโพสต์ล่วงหน้า
ปัญหาของหลายคนคือ รู้ว่าควรโพสต์ตอน 12:00 แต่พอถึงเวลาก็ลืม หรือยุ่งกับงานอื่น
วิธีแก้คือ ตั้งเวลาโพสต์ล่วงหน้า เตรียม content ไว้ตอนว่าง แล้วตั้งเวลาให้ระบบโพสต์อัตโนมัติตามเวลาที่กำหนด
เครื่องมือจัดการ Social Media อย่าง PostPung มีปฏิทินตั้งเวลาล่วงหน้าที่ช่วยให้คุณวางแผนโพสต์ทั้งสัปดาห์ได้ในครั้งเดียว ตั้งเวลาให้โพสต์ลงทุกแพลตฟอร์มอัตโนมัติตามเวลาที่เลือก ไม่ต้องนั่งกดโพสต์เองทุกวัน
ประโยชน์ของการตั้งเวลาล่วงหน้า:
- ไม่พลาดเวลาทอง — ระบบโพสต์ให้ตรงเวลาทุกครั้ง
- ประหยัดเวลา — เตรียม content วันเดียว ใช้ได้ทั้งสัปดาห์
- สม่ำเสมอ — โพสต์ตรงเวลาทุกวัน สร้างนิสัยให้ follower รอดู
- ลดความเครียด — ไม่ต้องคิดว่า “วันนี้จะโพสต์อะไรดี” ทุกเช้า
Cheat Sheet: ตารางเวลาโพสต์ทุกแพลตฟอร์ม
รวมเวลาที่ดีที่สุดไว้ในตารางเดียว ให้เซฟไว้ดูง่ายๆ:
| แพลตฟอร์ม | วันที่ดี | เวลาที่ดี (ช่วงที่ 1) | เวลาที่ดี (ช่วงที่ 2) |
|---|---|---|---|
| จ.-ศ. | 12:00-13:00 | 19:00-21:00 | |
| อ.-พฤ. | 11:00-14:00 | ส.-อา. 09:00-11:00 | |
| TikTok | พฤ.-ส. | 19:00-22:00 | ส.-อา. 10:00-12:00 |
| X (Twitter) | จ.-พ. | 08:00-09:00 | 12:00-13:00 |
| อ.-พฤ. | 08:00-10:00 | 12:00-13:00 |
วิธีใช้ตารางนี้:
- เริ่มจากเวลาในตาราง เป็น baseline
- ทดลองโพสต์ตาม 2-4 สัปดาห์
- ดู analytics ว่าช่วงไหนได้ผลดีที่สุด
- ปรับเวลาตามข้อมูลจริงของร้านคุณ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
1. โพสต์เวลาเดิมทุกวัน โดยไม่ดูข้อมูล
หลายคนโพสต์ตอน 20:00 ทุกวันเพราะ “เคยทำมาตลอด” โดยไม่เคยตรวจสอบว่าเวลานั้นยังได้ผลดีอยู่หรือไม่ พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนตลอด ควรดู analytics อย่างน้อยเดือนละครั้ง
2. โพสต์ช่วง peak time เหมือนกันหมด
ถ้าทุกร้านโพสต์ 12:00 พร้อมกัน การแข่งขันก็สูง บางทีลองโพสต์ก่อน peak time สัก 15-30 นาที อาจได้ผลดีกว่า เพราะโพสต์คุณจะขึ้น feed ก่อนคู่แข่ง
3. สนใจแต่เวลาโพสต์ แต่ content ไม่ดี
เวลาโพสต์ที่ดีช่วยเพิ่ม reach ได้จริง แต่ถ้า content ไม่น่าสนใจ คนเห็นแล้วก็เลื่อนผ่าน ควรให้ความสำคัญกับแคปชั่นขายของและรูปภาพด้วย
4. ไม่สม่ำเสมอ
algorithm ชอบ account ที่โพสต์สม่ำเสมอ ถ้าโพสต์วันละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 30 วัน จะดีกว่าโพสต์วันเดียว 10 โพสต์แล้วหายไป 2 สัปดาห์
กรณีศึกษา: ร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์
ลองดูตัวอย่างจริง ร้านขายเสื้อผ้าผู้หญิงออนไลน์ กลุ่มเป้าหมายคือผู้หญิงวัยทำงานอายุ 25-35 ปี ขายผ่าน Instagram และ Facebook เป็นหลัก
ก่อนปรับเวลาโพสต์:
- โพสต์ทุกวันตอน 09:00 (เพราะเจ้าของร้านตื่นเช้า)
- Reach เฉลี่ย 200-300 คนต่อโพสต์
- Engagement Rate 1.2%
หลังปรับเวลาโพสต์:
- ดู Analytics พบว่า follower ออนไลน์เยอะสุด 12:00-13:00 และ 20:00-21:00
- เปลี่ยนมาโพสต์ตอน 12:15 (วันจันทร์-ศุกร์) และ 20:00 (วันเสาร์-อาทิตย์)
- Reach เพิ่มเป็น 500-800 คนต่อโพสต์
- Engagement Rate เพิ่มเป็น 3.1%
ผลลัพธ์: Reach เพิ่มขึ้น 2-3 เท่า แค่เปลี่ยนเวลาโพสต์ ไม่ได้เปลี่ยน content เลย
นี่คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า “เวลาที่ดีที่สุด” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตารางทั่วไป แต่ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายของร้านคุณ
สรุป
เวลาโพสต์มีผลต่อ reach และ engagement มากกว่าที่หลายคนคิด เพราะ algorithm ทุกแพลตฟอร์มให้ความสำคัญกับ engagement ในช่วงแรกหลังโพสต์
สิ่งที่ควรทำ:
- เริ่มจากค่าเฉลี่ย — ใช้ตาราง cheat sheet ด้านบนเป็นจุดเริ่มต้น
- ดู Analytics — ดูว่า follower ของคุณออนไลน์เวลาไหน
- ทดลอง — ลองโพสต์เวลาต่างๆ อย่างน้อย 4 สัปดาห์
- วัดผล — เปรียบเทียบ reach และ engagement ของแต่ละช่วงเวลา
- ตั้งเวลาล่วงหน้า — ใช้เครื่องมือตั้งเวลาโพสต์ ไม่ให้พลาดเวลาทอง
- ทำซ้ำ — ปรับกลยุทธ์ทุกเดือนตามข้อมูลใหม่
จำไว้ว่า เวลาที่ดีที่สุดของแต่ละร้านไม่เหมือนกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ดูข้อมูลของร้านคุณเอง แล้วปรับตาม
ลองใช้ PostPung ฟรี 7 วัน — ตั้งเวลาโพสต์ล่วงหน้า ดู Analytics รวมทุกแพลตฟอร์ม แล้วหาเวลาทองของร้านคุณ
บทความที่เกี่ยวข้อง
พร้อมประหยัดเวลาจัดการ Social Media?
ทดลองใช้ PostPung ฟรี 7 วัน โพสต์ครั้งเดียว ได้ทุกแพลตฟอร์ม พร้อม AI เขียน Caption ให้
เริ่มต้นทดลองใช้ฟรี